สมุนไพร
กระท่อมก้านแดง จากยาเสพติดสู่ยาบำบัดรักษาโรค

กระท่อมก้านแดง จากยาเสพติดสู่ยาบำบัดรักษาโรค

Spread the love

กระท่อมก้านแดง จากยาเสพติดสู่ยาบำบัดรักษาโรค

กระท่อมก้านแดง ไม้ยืนต้นขนาดกลาง ซึ่งถือเป็นพืชสมุนไพรที่สามารถนำมาบำบัดและรักษาโรคต่าง ๆ ได้ ในอดีตประเทศไทยจัดพืชชนิดนี้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 แต่ในปัจจุบันกระท่อมถือเป็นพืชที่ได้ปลดจากสถานะยาเสพติดให้โทษแล้ว ซึ่งหลังจากถูกปลดจากสถานะยาเสพติดก็ทำให้มีคนนำมาปลูกมากขึ้น กระท่อมก้านแดงจะพบมากในป่าธรรมชาติบริเวณภาคใต้ เช่น สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง สตูล พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และยังพบในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น ปทุมธานี เป็นต้น

กระท่อมก้านแดงภาษาอังกฤษ

ลักษณะของต้นกระท่อมก้านแดง

  • ลำต้น กระท่อมก้านแดงเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีแก่นเป็นไม้เนื้อแข็ง เป็นพืชที่สามารถสูงได้ถึง 10-15 เมตร
  • ใบ ใบกระท่อมก้านแดงเป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม มีลักษณะเป็นรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบป้าน หูใบระหว่างก้านใบเป็นแผ่นคล้ายใบ ก้านและเส้นใบเป็นสีแดง รวมถึงหูใบด้วย ทั้งนี้ลักษณะของกระท่อมก้านแดงก็จะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วย
  • ดอก กระท่อมก้านแดงออกดอกเป็นช่อ ช่อดอกเป็นแบบช่อกระจุกแน่น โดยจะออกตามปลายกิ่ง มีจำนวน 1-3 ช่อ ช่อกลางสั้นมาก ซึ่งแต่ละช่อประกอบด้วยดอกสีเหลือง กลีบเลี้ยงเป็นหลอดสั้น ปลายมี 5 แฉก กลีบดอกมีลักษณะเป็นหลอดยาว ปลายแยกเป็น 5 หยัก มีเกสรเพศผู้ 5 อัน รังไข่อยู่ใต้วงกลีบ
  • ผล ผลของกระท่อมก้านแดงมีขนาดเล็ก โดยมีสันตามยาวอยู่ 10 สัน เมล็ดมีปีก
ลักษณะของต้นกระท่อมก้านแดง

สายพันธุ์

กระท่อมก้านแดงหางกั้ง

เป็นสายพันธุ์ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ใบมีความหนา มีหางคล้ายกับหางกั้ง จึงเรียกว่าต้นกระท่อมก้านแดงหางกั้ง ซึ่งมีอยู่ 7 หาง หรือ 9 หาง โดยกระท่อมสายพันธุ์นี้จะมีทั้งแบบก้านเขียวและก้านแดง แต่ก้านแดงจะพบได้น้อยกว่าก้านเขียว รสชาติอร่อย เมื่อนำมาต้มจะมีกลิ่นหอม เมื่อนำมากินจะออกฤทธิ์ได้เร็วกว่าก้านเขียวประมาณ 5 นาที และความคงทนของฤทธิ์ก้านแดงก็จะมีฤทธิ์นานกว่าก้านเขียว 2 ชั่วโมง ในขณะที่กินปริมาณเท่ากันและเวลาเดียวกัน

กระท่อมก้านแดงชุมพร

เป็นสายพันธุ์ของจังหวัดชุมพร ไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีแก่นไม้เนื้อแข็ง ใบมีความหนา มีลักษณะเรียวยาว ซึ่งแตกต่างจากสายพันธุ์หางกั้ง ปลายใบแหลม ก้านใบแดง สำหรับวิธีการขยายพันธุ์สามารถทำได้ 2 แบบ คือ การเพาะเมล็ด และการปักชำ สำหรับวิธีขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดนั้นจะใช้เวลานานกว่าที่ต้นจะเจริญเติบโต เมื่อเทียบกับวิธีการปักชำ โดยวิธีการปักชำนั้นจะทำให้ต้นเจริญเติบโตได้เร็วกว่า แต่รากจะไม่แข็งแรงเท่ากับวิธีเพาะเมล็ด

กระท่อมก้านแดงชุมพร

วิธีปลูกต้นกระท่อมก้านแดง

การปลูกกระท่อมก้านแดงสามารถปลูกด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและวิธีการปักชำ สำหรับการปลูกกระท่อมก้านแดงด้วยเมล็ดที่ทำได้อย่างรวดเร็วและสะดวกที่สุดจะเป็นการปลูกแบบระบบปิด โดยใช้อุปกรณ์ถุงพลาสติกหรือวัสดุครอบภาชนะปลูก ซึ่งวิธีการนี้ทำเพื่อควบคุมความชื้นสัมพัทธ์และลดการระเหยออกของน้ำ จะช่วยให้เมล็ดกระท่อมก้านแดงเจริญเติบโตในระยะเวลาอันรวดเร็ว ประมาณ 5-7 วัน และไม่ต้องรดน้ำตลอดระยะเวลาดังกล่าว ส่วนการปลูกด้วยวิธีการปักชำนั้นจะเป็นการย่นระยะเวลาการเจริญเติบโต โดยเลือกกิ่งเดี่ยวไม่มีแขนงแยกนำมาปักชำและเร่งรากฝอยให้เจริญเติบโต จากนั้นนำไปปลูกต่อไป ซึ่งการปลูกด้วยวิธีนี้จะมีข้อเสียคือระบบรากจะไม่แข็งแรงเท่ากับการปลูกด้วยเมล็ด ดังนั้นในช่วงเวลา 1-2 ปีแรก ควรมีการใช้ไม้ค้ำยันเอาไว้จนกว่ารากหรือลำต้นจะแข็งแรง

วิธีการดูแล

  • แสง ก้านแดงชอบแสงแดดตลอดวัน ควรให้ต้นกระท่อมก้านแดงได้โดนแดดตลอดวัน จะช่วยให้มีการเจริญเติบโตที่ดีและรวดเร็ว
  • น้ำ กระท่อมก้านแดงเป็นพืชที่ชอบน้ำ หากปลูกในบริเวณที่มีน้ำขังก็ไม่ต้องดูแลมาก แต่ถ้าหากเป็นพื้นที่มีการเตรียมดิน มีการปรับแต่งพื้นที่ให้ทำการรดน้ำโดยเฉลี่ย 1-2 วัน/ครั้ง นานประมาณ 30 นาที เพื่อให้เกิดความชุ่มชื้น
  • ดิน กระท่อมก้านแดงเป็นพืชที่ชอบความชื้น ดินที่เหมาะแก่การปลูกคือดินร่วนซุย และบริเวณนั้นควรเป็นพื้นที่นาที่ลุ่มมีน้ำทั่วถึง
  • ปุ๋ย สำหรับปุ๋ยที่ใช้บำรุงต้นกระท่อมก้านแดง ให้เน้นใส่ปุ๋ยคอกในทุก ๆ 20-30 วัน โดยใส่ปุ๋ย 1 ครั้ง
วิธีปลูกต้นกระท่อมก้านแดง

ประโยชน์และสรรพคุณต่าง ๆ

  1. สามารถนำใบกระท่อมก้านแดงมาประกอบอาหารได้หลายเมนู เช่น ทอดกรอบ แหนมห่อใบกระท่อม ไข่เจียว และคั่วกลิ้ง หรือจะนำมาทำขนมหวานอย่างช็อกโกแลต ก็ทำได้เช่นกัน
  2. สมัยโบราณ กระท่อมเป็นพืชที่ใช้เข้าเป็นตัวยาในตำรับพวกประเภทยาแก้ท้องเสีย ในสูตรยาของหมอพื้นบ้านหรือหมอแผนโบราณ เช่น ตำรับยาประสะกระท่อม เป็นต้น
  3. กระท่อมก้านแดงถือเป็นยาพื้นบ้านของไทย โดยสามารถใช้ในการบำบัดอาการท้องร่วงและสามารถเคี้ยวกินแทนฝิ่น ก่อนที่จะมีการออกพระราชบัญญัติห้ามปลูกและการมีไว้ในครอบครอง เพราะเชื่อว่าใบกระท่อมจะช่วยเพิ่มพลังในการทำงาน ทำให้ทนต่อการทำงานหนักกลางแดดได้ แต่ไม่ทนฝน เมื่อหยุดใช้จะทำให้ท้องร่วง อ่อนเพลีย หงุดหงิด น้ำตาไหล และคัดจมูก เมื่อกลับมาใช้ใหม่จะรู้สึกสบายและอาการต่าง ๆ ดังกล่าวจะหายไป
  4. ชาวบ้านนิยมเคี้ยวใบกระท่อมก้านแดงสด โดยนำใบสดมาลอกก้านใบออกแล้วเคี้ยวให้เหลือแต่กาก จากนั้นคายออกและดื่มน้ำตาม เพื่อทำงาน เพื่อสังสรรค์ และกินเพื่อรักษาโรค โดยให้เหตุผลว่า “ที่ใช้กระท่อมก้านแดง เพราะกระท่อมก้านเขียวพอกินแล้วจะมีเมือก กว่าจะออกฤทธิ์ก็ใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่สำหรับกระท่อมก้านแดงนั้นจะออกฤทธิ์ได้เร็วกว่า ความคงทนของฤทธิ์ก็มีมากกว่า ในขณะที่กินในปริมาณเท่ากันและเวลาเดียวกัน ส่วนพันธุ์ยักษ์ใหญ่นั้นจะไม่ค่อยนิยม เพราะเมื่อเคี้ยวแล้วจะมีอาการเมามากกว่าพันธุ์ก้านแดง แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันกระท่อมก้านเขียวก็ถือว่าเป็นพันธุ์ที่หาได้ง่ายกว่าพันธุ์ก้านแดง

ข้อควรรู้เกี่ยวกับกระท่อมก้านแดง

กระท่อมก้านแดงนับเป็นยาที่มีสรรพคุณ สามารถช่วยให้อาการต่าง ๆ ดีขึ้นได้ แต่ควรใช้ในการรักษาหรือบำบัด ไม่ควรใช้ในทางเสพติด ซึ่งถ้าหากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะส่งผลให้เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ผิวหนังมีสีคล้ำ โดยเฉพาะที่ใบหน้าและริมฝีปาก นอกจากนี้จะทำให้ท้องผูก และปากแห้งอีกด้วย


ที่มา medthai

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *